จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำข้อบังคับ ระเบียบและประกาศ” เสริมศักยภาพบุคลากรด้านการร่างกฎหมายองค์กร ผู้เข้าอบรมทะลุเป้า 104 ราย

ทมอ. จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำข้อบังคับ ระเบียบและประกาศ” เสริมศักยภาพบุคลากรด้านการร่างกฎหมายองค์กร ผู้เข้าอบรมทะลุเป้า 104 ราย

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร “การจัดทำข้อบังคับ ระเบียบและประกาศมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ณ ห้องประชุมภัทรธรรมาภรณ์ ชั้น 9 อาคาร B ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ระหว่างเวลา 09.00 – 16.00 น. เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะเชิงปฏิบัติในการยกร่างข้อบังคับ ระเบียบ และประกาศของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามหลักกฎหมายและกระบวนการที่ถูกต้อง

บรรยากาศการอบรมเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้สนใจเข้าร่วมอบรมถึง 104 ราย ซึ่งมากกว่าจำนวนที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนถึงความตื่นตัวของบุคลากรต่อการพัฒนาศักยภาพด้านกฎ ระเบียบ และงานนิติการขององค์กร

พิธีเปิดโครงการได้รับเกียรติจาก นางสาวนัฎญาพร สิทธิสุวรรณ รักษาการแทนหัวหน้าส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดอบรม

เนื้อหาการอบรมตลอดทั้งวันครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยในช่วงเช้าเริ่มจากหัวข้อ “กรอบความคิดในการร่างกฎหมาย” ซึ่งกล่าวถึงลำดับศักดิ์ของกฎหมาย ความหมายของกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และประกาศ หลักพื้นฐานในการร่างกฎหมาย โครงสร้างของกฎหมาย ตลอดจนการเขียนและการใช้ถ้อยคำในกฎหมาย โดยนายสมพร ศิลป์สุวรรณ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนากฎ ระเบียบ ข้อบังคับ งานบุคคลและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร

ต่อด้วยการบรรยายในประเด็น “อำนาจในการออกข้อบังคับ ระเบียบและประกาศของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” โดยนายนิกร ดวงสุวรรณ รักษาการแทนหัวหน้างานนิติกรรมสัญญา ส่วนนิติการ และหัวข้อ “กระบวนการและขั้นตอนการตรวจสอบของคณะทำงานกลั่นกรอง (ร่าง) ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด และประกาศของมหาวิทยาลัย” โดยนายบรรจงวิทย์ ยิ่งยงค์ หัวหน้าสำนักงานสภามหาวิทยาลัย รวมถึงการแนะนำการจัดทำเอกสารผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (DOMS) เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้

ในช่วงบ่ายเป็นการบรรยายหัวข้อ “รูปแบบ/โครงสร้างข้อบังคับ ระเบียบและประกาศ และการจัดทำข้อบังคับ ระเบียบและประกาศของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” ก่อนเข้าสู่กิจกรรมกรณีศึกษาและการฝึกปฏิบัติจริง ให้ผู้เข้าอบรมได้ทดลองยกร่างเอกสารภายใต้สถานการณ์จำลอง เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเชิงลึกและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ การอบรมครั้งนี้ยังมีการจัดทำแบบทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) และหลังเรียน (Post-test) เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เข้าอบรมทุกคนอย่างเป็นระบบ อันเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนประสิทธิภาพของหลักสูตรและพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เข้าร่วม

การจัดโครงการในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในการยกระดับมาตรฐานการจัดทำกฎหมายภายในองค์กร ให้มีความถูกต้อง ชัดเจน เป็นระบบ และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล อันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยในระยะยาวอย่างยั่งยืน.

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จัดงาน WU Innovation Day 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์จัดงาน WU Innovation Day 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

ส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดงาน WU Innovation Day 2025 ระหว่างวันที่ 25–27 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมหัวตะพาน ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.วาริท เจาะจิตต์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิด ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

การจัดงาน WU Innovation Day จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแสดงผลงานด้านนวัตกรรมและการพัฒนากระบวนการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ภายในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นสำนักวิชา วิทยาลัย บัณฑิตวิทยาลัย ศูนย์ สถาบัน ส่วน และสำนักงาน โดยผลงานที่นำเสนอเป็นผลสัมฤทธิ์จากการสร้างสรรค์และการพัฒนางานที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สอดคล้องกับแนวคิด LEAN: ลดขั้นตอน ลดเวลา และประหยัดงบประมาณ ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย

ในวันแรกของการจัดงาน มีผู้บริหารและบุคลากรจากหลากหลายหน่วยงานเข้าร่วมพิธีเปิดและชมนิทรรศการโปสเตอร์ผลงานนวัตกรรมอย่างพร้อมเพรียง โดยหน่วยงานได้นำเสนอผลงานให้แก่ผู้บริหารได้รับฟังอย่างใกล้ชิด เกิดเป็นบรรยากาศแห่งการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

ทั้งนี้ การนำเสนอผลงานแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่

  • วันที่ 25 สิงหาคม 2568 : กลุ่มสำนักวิชาและวิทยาลัย ซึ่งมีการสุ่มลำดับการนำเสนอเพื่อความโปร่งใสและสร้างบรรยากาศที่น่าสนใจ

  • วันที่ 26–27 สิงหาคม 2568 : กลุ่มหน่วยงานสนับสนุน โดยแต่ละหน่วยงานมีบุคลากรมาร่วมให้กำลังใจและสนับสนุนผลงานของตนเองอย่างคึกคัก

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้และเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) ของหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนางานด้านนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการทำงานทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร อันจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพงานและการพัฒนามหาวิทยาลัยในอนาคต

ทมอ. จัดกิจกรรมอบรม Module 5 เสริมศักยภาพผู้บริหารระดับกลางและต้น นำเสนอแผนกลยุทธ์ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย

ทมอ . จัดกิจกรรมอบรม Module 5 เสริมศักยภาพผู้บริหารระดับกลางและต้น นำเสนอแผนกลยุทธ์ขับเคลื่อนมหาวิทยาลัย

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้จัดกิจกรรมอบรมภายใต้หลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพนักบริหารจัดการระดับกลางและระดับต้น มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์” (นบจ. มวล) Module 5 หัวข้อ “การจัดทำรายงานการศึกษาและการนำเสนอรายงานการศึกษา” ณ ห้องประชุมหัวตะพาน ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ รองอธิการบดี และผู้ช่วยอธิการบดี รวม 12 ท่าน เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอ และให้ข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์แก่ผู้เข้าอบรมทุกกลุ่ม

ผู้เข้าอบรมในหลักสูตรนี้ ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับกลางและระดับต้นของมหาวิทยาลัยฯ ได้แบ่งกลุ่มออกเป็น 6 กลุ่ม เพื่อจัดทำรายงานการศึกษาและนำเสนอแผนกลยุทธ์ในการบริหารมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า โดยได้ประยุกต์ใช้ความรู้และประสบการณ์จากการอบรมใน 4 โมดูลที่ผ่านมา ได้แก่
(1) การบริหารจัดการตนเอง (Self Management)
(2) การบริหารทีมงาน (Team Management)
(3) การขับเคลื่อนผลการปฏิบัติงานสู่ความเป็นเลิศ (Driving Performance Excellence)
(4) การศึกษาดูงานและการเสริมสร้างประสบการณ์ ณ บริษัท บ้านปู จำกัด มหาชน, มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

กิจกรรมครั้งนี้มุ่งหวังให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำเครื่องมือต่าง ๆ ที่ได้รับจากหลักสูตรมาใช้ในการวางแผน ปรับปรุง และพัฒนาระบบการทำงาน ตลอดจนการบริหารจัดการภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีวิสัยทัศน์ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ในโอกาสนี้ ศ.ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ได้กล่าวแสดงความชื่นชมผู้เข้าอบรมทุกกลุ่มที่สามารถนำเสนอแผนกลยุทธ์ได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานและการจัดการองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของผู้บริหารยุคใหม่ที่ต้องมีความรู้และทักษะในการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการปฏิบัติงานและการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการพัฒนามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืนในอนาคต

ส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร ได้จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ คณาจารย์เข้าร่วมคับคั่ง

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2567 ส่วนทรัพยากรมนุษย์และองค์กร มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้จัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ ณ ห้องประชุมภัทรธรรมาภรณ์ ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณาจารย์ได้มีความรู้ ความเข้าใจในหลักเกณฑ์และขั้นตอนการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี ให้เกียรติเปิดการสัมมนา อีกทั้งศาสตราจารย์ ดร.อุดม ทุมโฆสิต ประธานกรรมการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ พร้อมด้วยคณะกรรมการ ร่วมแลกเปลี่ยนและให้คำแนะนำแก่คณาจารย์

คณาจารย์ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 94 คน ครอบคลุมทุกสาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

กิจกรรมภายในงาน

  • ชี้แจงหลักเกณฑ์และขั้นตอนการขอตำแหน่งทางวิชาการ
  • แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อสงสัยกับคณะกรรมการ
  • ปรึกษาหารือเกี่ยวกับการพัฒนาผลงานวิชาการเพื่อการขอตำแหน่ง

การจัดสัมมนาในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่คณาจารย์จะได้

  • เพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในกระบวนการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ
  • พัฒนาตนเองเพื่อให้บรรลุตามเกณฑ์ที่กำหนด
  • แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณาจารย์ท่านอื่น

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพสูง เพื่อยกระดับการศึกษาและการวิจัยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับชาติและนานาชาติ

ม.วลัยลักษณ์ขยับ 200 อันดับ ทะยานขึ้นมาอยู่อันดับที่ 401-600 ของโลก อันดับที่ 10 ร่วมของไทย THE Impact Rankings 2023

THE World Inpact Ranking WU

 

 

 

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 401-600 ของโลก จากการจัดอันดับผลงานด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs) โดยTimes Higher Education Impact Rankings ปี 2023  ขยับดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา 200 อันดับ และเป็นอันดับที่ 10 ร่วมของประเทศไทย โดยผลงานด้าน SDG2 ,SDG6 ,SDG11 และSDG14 สามารถทำคะแนนติดอันดับ Top 100 ของโลกเป็นครั้งแรก

วันที่ 1 มิถุนายน 2566 Times Higher Education (THE) ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัย ที่มีการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) หรือ THE Impact Rankings ประจำปี 2023 โดยมีจำนวนมหาวิทยาลัย 1,591 แห่งใน 112 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วม ผลปรากฏว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 401-600 ของโลก ขยับดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา 200 อันดับ และเป็นอันดับที่ 10 ร่วมของประเทศไทย

โดยผลงาน SDGs 4 ด้านที่สามารถทำคะแนนติดในอันดับ top 100 ของโลกเป็นครั้งแรก ประกอบด้วย ผลงานด้าน SDG2, SDG6, SDG11 และSDG14 ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 56 , 52 , 99 และ 58 ของโลกตามลำดับ  นอกจากนี้ยังมีผลงานด้าน SDG3, SDG4, SDG17 ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 101-200 และ SDG12 อยู่ในอันดับ 201-300 ของโลก   ทั้งนี้หากดูผลการจัดอันดับเฉพาะในประเทศไทย พบว่า ผลงานด้าน SDG6 และ SDG14  สามารถทำคะแนนขยับขึ้นไปอยู่ในอันดับ 3 ของประเทศ SDG3 และ SDG11 เป็นอันดับ 4 ของประเทศ และ SDG 2 เป็นอันดับ 5 ของประเทศอีกด้วย

ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ รักษาการแทนอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน Sustainable Development Goals (SDGs) ตามกรอบขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งในปี 2022  มวล.ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 601-800 ของโลก จึงได้นำจุดอ่อนที่เคยเกิดขึ้นนำมาปรับปรุงแก้ไข ปีนี้ผลที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจแสดงให้เห็นในเชิงประจักษ์ว่ามหาวิทยาลัยมีผลงานที่โดดเด่น และเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกที่รับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้มาจากการมุ่งมั่นทุ่มเททำงานกันอย่างเข้มข้นของพวกเราทุกคน ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษาที่ร่วมกันขับเคลื่อน และเชื่อว่าในอนาคตมหาวิทยาลัยจะได้รับการจัดอันดับโลกที่สูงขึ้น

ในปี 2023 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีการส่ง 8 เป้าหมายSDGs ให้ THE Impact Rankings พิจารณา ประกอบด้วย SDG2 : Zero Hunger (ขจัดความหิวโหย) , SDG3 : Good Health and Well-being (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) , SDG4 : Quality Education (คุณภาพการศึกษา) , SDG6 : Clean Water and Sanitation (การจัดการน้ำและสุขาภิบาล) , SDG11 : Sustainable cities and Communities (เมืองและการสังคมมนุษย์ที่มีความปลอดภัย ทั่วถึง พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและยั่งยืน) SDG12 : Responsible Consumption and Production (การสร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน), SDG14 : Life Below Water (ทรัพยากรทางทะเล) และ SDG17 : Partnerships for the Goals (ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน)

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ยังได้รับการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก World University Rankings 2023  อยู่ในอันดับที่ 1501+ ของโลก อันดับที่ 11 ของไทย ได้รับการจัดอันดับจาก QS Asia University Rankings อันดับที่ 551-600 ของเอเชียด้วย